บทที่3
บทสรุปและการวิเคราะห์
ศาสนานั้นย่อมสอนให้คนเรานั้น เป็นคนดีเสมอ แต่คนเรานั้นจะใช้ในทางใด แต่ศาสนานั้น มีความสำคัญหมดทั่วโลก ตั้งแต่เกิดจนตาย ศาสนาก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นพุทธศาสนานั้น ไม่ได้มีที่ชมพูทวีปเพียงอย่างเดียว มีทุกที่ในโลก ดังนั้นเราลองมาเรียนรู้กับ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศกันเถอะ ซึ่งเรื่องนี้ ทุกศาสนาสามารถเรียนรู้ได้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็น พุทธศาสนิกชนเท่านั้นแรกเลยพุทธศาสนานั้น ไม่ได้มีในเฉพาะ ดินแดนชมพูทวีปเพียงอย่างเดียว ตามที่บอกไปคือ มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งแต่ละชาตินั้น จะให้ความสำคัญกับแต่ละศาสนาต่างกันไป ทีนี้ เราลองมาดูเกี่ยวกับ ทวีปเอเชียกันดีกว่า ว่าพุทธศาสนานั้นได้เข้าไปถึงที่ใดบ้างคือ ประเทศ ศรีลังกา ศรีลังกานั้นก็คือ ประเทศ1ในแถบ เอเชียใต้ ซึ่งใกล้กับ มัลดีฟ ซึ่งศรีลังกานั้นมีประวัติที่เกี่ยวกับ การเผยแผ่พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ในสมัย พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ซึ่งมี พระโอรสและพระธิดาของ พระเจ้าอโศกมหาราช เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ซึ่งพระองค์นั้นก็เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้น ถวาย "อุทิศมหาเมฆวัน" ซึ่งเป็นอุทยานมาให้เป็นวัด "วัดมหาวิหาร" แล้วเคยมีการทำสังคยานา ในศรีลังกามาแล้ว หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานไป 238 ปี ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ในศาสนาพุทธ
ต่อมา ในสมัย พระเจ้าวัฏฏะคามณีอภัย ได้โปรดให้มีการทำสังคยานาอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.452 หรือ 453 ซึ่งใช้เวลานานถึง 1 ปีเต็ม จึงมีการจารึกบนใบลานเป็นครั้งแรก ต่อมา ในพุทธศตวรรษที่ 12-20 ถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของศาสนาพุทธในศรีลังกา มีความเดือดร้อนจากการรุกรานของอินเดียบ้าง ปัญหาในศรีลังกาเองบ้าง ถึงต้องมีการนำสงฆ์จากพม่า มาฟื้นฟู แต่ในศตวรรษที่ 20 ศรีลังกาถูกการล่าอนานิคม และมีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ทำให้ศาสนาพุทธนั้น เสื่อมเสีย แล้วขณะนั้น ชาวลังกาเอาแต่ฆ่าฟันกันเอง ทำให้ศาสนาพุทธนั้น ไม่ได้มีตัวตนในศรีลังกาเลยแม้แต่น้อย ต่อมา พระพุทธศาสนาก็ได้กลับมาอีกครั้ง โดยมีสงฆ์มาเผยแผ่ แล้วมีการบวชครั้งใหญ่ถึง 3,000 คน จากสงฆ์ เพียง 10 รูป เท่านั้น ที่เมืองแคนดี้ แล้วท่าน ธรรมปาละ ก็ได้ตั้ง สมาคมมหาโพธิ์ในการฟื้นฟูด้วยในศรีลังกานี้มีเทศกาลหนึ่งที่สำคัญมากคือ งาน เปราเฮร่า อยู่ที่เมืองแคนดี้ แล้วก็มีสงฆ์ชาวไทยไปบวชเรียนที่ ศรีลังกาไม่น้อยเลย ในตอนนี้
ต่อมาคือ ในเนปาล ซึ่งเนปาลนั้นก็คือ ชมพูทวีปด้วย เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ประสูติในประเทศนี้ นับมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยนั้น อินเดียกับเนปาลนั้น ยังเป็นประเทศเดียวกันอยู่ ไม่เหมือนในปัจจุบัน ที่มีการแยกตัวกันไปในหลายประเทศ ซึ่งในเนปาลนั้น ก็มีการสร้างสิ่งต่างๆจนเป็นที่จดจำเช่น สวนลุมพินีวัน , เจดีย์ในกรุง กาฐมาณฑุ ,มหาวิทยาลัย นาลันทา ฯลฯ ซึ่งต่อมา กลุ่มมุสลิมก็ได้ทำการรุกราน ในอินเดีย ซึ่งต่อมา มหาวิทยาลัย นาลันทาที่อยู่อินเดียนั้น
ถูกทำลาย ทำให้ศาสนาพุทธทั้ง 2 ประเทศนั้น เสียหายเป็นอย่างยิ่ง ในปัจจุบันนั้น ศาสนาพุทธในเนปาล และ อินเดียก็ดีขึ้นกว่าเดิม มีการปรับปรุงมากขึ้น แต่ไม่ได้นิยมมากกว่าเดิม เพราะผู้คนส่วนใหญ่นั้น ให้การนับถือ ศาสนา พราหมณ์-ฮินดู มากขึ้น แล้วมีสมาคมหนึ่งที่ประเทศไทยกับเนปาลนั้นได้ตั้งขึ้น คือ "ธัมโมทัยสภา" ซึ่งเนปาลนั้น มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีแล้ว ด้านศาสนาก็ดีด้วย ส่วนอินเดียนั้น มีสถานที่เด่นๆเช่น เจดีย์ในเมือง พุทธคยา เมืองพาราณสี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธา ของศาสนิกชนทั่วโลก ที่หลั่งไหลที่จะไปสัมผัสเป็นจำนวนมาก ต่อมาคือ ภูฏาน แม้ว่า ภูฏานนั้น จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่พระพุทธศาสนานั้นก็น่าสนใจมาก เพราะว่า มีศาสนาสถานต่างๆเช่น ซอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวภูฏานเค้า แล้วเราไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ง่ายๆด้วย(ผู้เขียนก็ยังไม่เคย) แต่เห็นตามสารคดีแล้วสวยงามมาก แต่ในภูฏานนั้น ยังมีความเชื่อในเรื่องเวทมนต์อยู่ แต่ศาสนาพุทธนี่ พ่อ-แม่ที่มีลูกชาย ส่วนใหญ่ก็จะให้บวชเรียนตั้งแต่เด็กเลย เพื่อศึกษาเรียน พระสูตร พระธรรมวินัย แล้วชาวภูฏานนั้น เป็นคนที่เคร่งในเรื่องศาสนามากๆ จะเหมือนกันกับคนไทยเลยคือ ตั้งแต่เกิดจนตาย ศาสนาจะเข้ามาข้องเกี่ยวมาโดยตลอด ทุกๆคนจะเข้าใจว่า แต่ละประเทศที่กล่าวไปนั้น ก็มีความแตกต่างกันไป ก็คือ โลกมันไม่เหมือนกัน แต่มันไม่หยุดนิ่ง จริงๆยังมีประเทศที่น่าสนใจอีกมากมาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น